ระบบ E-Tracking ของกรมศุลกากร เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า-ส่งออก และบุคคลทั่วไป ให้สามารถ “ติดตามสถานะการผ่านพิธีการศุลกากร” ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนในการสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
ระบบนี้ประกอบด้วยบริการหลักที่ครอบคลุมขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออก ดังนี้:
- ติดตามสถานะใบขนสินค้า (Declaration): ตรวจสอบสถานะว่าใบขนสินค้าขาเข้าหรือขาออกอยู่ในขั้นตอนใด (เช่น ตรวจปล่อยแล้ว, ชำระภาษีแล้ว หรือติดปัญหาในขั้นตอนใด)
- ตรวจสอบบัญชีสินค้าและรายงานยานพาหนะ (Manifest): ตรวจสอบข้อมูลรายงานเรือ หรืออากาศยาน และบัญชีสินค้า
- ข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Goods Transition Control List): ติดตามสถานะการขนย้ายสินค้าจากท่าเรือหรือด่านศุลกากร
- บริการด้านการเงิน (e-Bill & e-Payment):
- ตรวจสอบและพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน (กศก.123)
- ตรวจสอบประวัติการชำระค่าธรรมเนียมศุลกากร
- ตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินคืน (Transfer Money)
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร (e-Tax incentive): ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนสิทธิประโยชน์ต่างๆ
- ทะเบียนผู้มาติดต่อ (Customs Registration): ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนของผู้ประกอบการกับกรมศุลกากร
- ติดตามไปรษณีย์ภัณฑ์ (Postal Parcel): ตรวจสอบสถานะของพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ
สำหรับการเข้าใช้งานสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้:
ก. การเตรียมตัว (เงื่อนไขเบื้องต้น): ผู้ที่จะสมัครใช้งาน ต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนในระบบทะเบียนผู้มาติดต่อ (Customs Registration) กับกรมศุลกากรไว้เรียบร้อยแล้ว
ข. ขั้นตอนการลงทะเบียน:
- เข้าเว็บไซต์: ไปที่ https://e-tracking.customs.go.th
- เลือกเมนูลงทะเบียน: คลิกที่เมนู “ลงทะเบียนเข้าใช้งาน” (Registration)
- กรอกข้อมูล:
- ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (13 หลัก)
- ระบุเลข Laser ID หลังบัตรประชาชน (สำหรับบุคคลธรรมดา/กรรมการผู้มีอำนาจ)
- กรอกรายละเอียดอื่นๆ เช่น อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้รับรหัสผ่าน
- ยืนยันตัวตน: ระบบจะส่งรหัสผ่านหรือลิงก์ยืนยันไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้
- เริ่มใช้งาน: เมื่อได้รหัสผ่านแล้ว สามารถ Login เข้าสู่ระบบเพื่อใช้งานบริการต่างๆ ได้ทันที
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: สำหรับการใช้งานบางฟังก์ชัน เช่น การพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ระบบจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจที่จดทะเบียนไว้เท่านั้นเป็นผู้ดำเนินการ โดยต้องใช้เลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ในการยืนยันตัวตนก่อนพิมพ์เอกสาร
Was this article helpful?
YesNo